Niwat Chatawittayakul คอลัมนิส และนักธุรกิจ ปัจจุบันทำธุรกิจด้านวางแผนกลยุทธ์การตลาดและโฆษณาดิจิทัล อีกฝั่งสวมหมวกบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีโดย มุ่งความสนใจไปที่ BigData Blockchain และ Digital Transformation

ทรรศนะของผู้ทรงอิทธิพลต่อ BITCOIN ปรากฏการณ์แห่งยุคของสกุลเงินดิจิตอล

10 sec read

สกุลเงินดิจิทัล คริปโต โทเค็น บิตคอยต์ คำเหล่านี้เริ่มถูกพูดถึงอย่างมาก และผมก็เริ่มได้ยินผ่านทีวี นักธุรกิจ พูดซ้ำๆ แสดงให้เห็นถึงกระแสความสนใจของคนนั้นขยายใหญ่ขึ้น และเรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นใหญ่ของวงการการธนาคารและการเงิน หลายประเทศก็พยายามหาทางปรับตัว ทำความเข้าใจ แสดงจุดยืน ทีท่าของตน ต่อการผันผวนวงการการเงินครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี เทคโนโลยีด้านการเงินกำลังถูกขึ้นกระแสใหม่สร้างความปั่นป่วนไปทั้งโลก ผมเองในฐานะนักธุรกิจแวดวงเทคโนโลยี ยอมรับว่า เราต้องหาทางตั้งรับของตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ตั้งรับอะไรเลย ก็จะโดนคลื่นทำลายไปได้ในที่สุด เราคงไม่อยากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือพยายามมองคลื่นให้เป็นและโต้มันให้ได้

ผมเลยหยิบรวบรวม ทรรศนะของผู้ทรงอิทธิพลวงการธุรกิจ การเงิน การลงทุน ที่มีความเห็นต่อ BITCOIN และสกุลเงินดิจิทัล ว่าคำพูดของคนเหล่านี้ไปทางไหน และท่าทีเป็นยังไง ต่อปรากฏการณ์แห่งยุคของสกุลเงินดิจิตอล ลองอ่านไปให้ครบ แล้ววิเคราะห์แนวทางของตัวเองได้เลยครับ

เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน

“ผมว่ามันเวิร์ค และจะมีอีกหลากหลายสกุลเงินดิจิตอลตามมา แต่ในตอนนี้ ตลาดใหญ่ที่สุด คือ Bitcoin” – เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน

Sir Richard Branson (Photo by Paul Kane/Getty Images)

อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Bitcoin ผมเชื่อว่าการจัดการปริมาณของเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่ควรตกอยู่ในมือรัฐบาล” – อัล กอร์

 

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย

“ธปท. รู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรควรปรับ กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าอะไรก็ไม่ได้ ดูความรัดกุม อะไรที่มากไปก็ไม่ดี อะไรน้อยไปก็ไม่ดี และก็ต้องไปดูว่าไทยควรมี Bitcoin หรือไม่?” – สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

เอริค ชมิทต์อดีต CEO ของ Google

“Bitcoin คือ ผลงานชิ้นเอกของศาสตร์แห่งการเข้ารหัส การสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมาในโลกดิจิตอล ที่ไม่สามารถคัดลอกหรือดัดแปลงได้ นี่คือความสุดยอด” – เอริค ชมิทต์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ หนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก

“มันคือภาพลวงตา ความคิดที่ว่ามันมีมูลค่าจริงๆนั้นเป็นเหมือนมุกตลก” – วอร์เรน บัฟเฟตต์

บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้ง Microsoft

“Bitcoin นั้นดีกว่าสกุลเงินจริงในแง่ที่ว่า คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในที่ที่เดียวกันจริงๆเพื่อที่จะมอบเงินให้กันและกัน และแน่นอนว่าพอพูดถึงเงินจำนวนมากแล้ว เงินจริงจะยิ่งซับซ้อนและยุ่งยากกว่า Bitcoin” – บิล เกตส์

บรรณาธิการ People’s Daily เป็นหนังสือพิมพ์ทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

“จริง ๆ แล้ว BITCOIN ก็คือ ความหายาก ความโปร่งใส การกระจายอำนาจ (DECENTRALIZED) โดยทั้งหมดนี้ก็เพื่อแค่การเก็งกำไรเท่านั้นแหละไม่สามารถรองรับราคาที่ผันผวนได้หรอก”

Jamie Dimon CEO ของ JPMorgan

“สำหรับผม Bitcoin นั้นก่อนหน้านี้มันมักจะเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจะเริ่มกลัวเมื่อมันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และผมก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่มีความเห็นต่างจากคนอื่น ๆ ก็แค่นั้น ผมไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากนักสักเท่าไร”

Dennis Gartman บรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์หนังสือ The Gartman Letter

ให้นิยาม Bitcoin ว่าเป็นสิ่งที่โง่เขลาที่สุดที่เขาเคยได้ยินมาเป็นเวลานานแล้ว เขาได้อธิบายในช่อง CNBC “Future Now” โดยคาดการณ์ว่าความนิยมของตลาด Bitcoin จะลดลงเมื่อมันมีมูลค่าเหลือ 5,000 ดอลลาร์ เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า Bitcoin ไม่มีคุณค่าที่แท้จริงและเมื่อเร็ว ๆ นี้เขากล่าวว่ามันจะทำให้เกิดฟองสบู่ทิวลิปเหมือนที่เกิดขึ้นในฮอลแลนด์ในศตวรรษที่ 17

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่า ธปท.ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องที่ปีที่ผ่านมาเกิดกระแสความนิยมในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ว่าผู้ที่จะลงทุนควรระมัดระวังและศึกษาข้อมูล รายละเอียดให้รอบคอบก่อนลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล เพราะสกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่เงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย และในปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดยอมรับหรือรับรองว่าเงินสกุลดิจิทัลเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” ดร.วิรไท สันติประภพ

สิ่งที่รวบรวมมาไม่ได้พยายามเจาะจง มุมใดมุมหนึ่งนะครับ แต่เป็นวาทะกว้างๆ ของผู้ทรงอิทธิพลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการเงินท้ายที่สุดมันคือ กระแสของความเปลี่ยนแปลงที่มีโอกาสไปได้หลายทิศทาง มีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างผลกระทบ หรือทำลายอะไรบางอย่างไป เป็นไปได้หมด แต่สิ่งที่ข้อสรุปที่ชัดเจนได้สำหรับเรื่องนี้เลยก็คือ เทคโนโลยี BlockChain ได้รับการยอมรับจากผู้นำทางด้านเทคโนโลยี และบุคคลชั้นนำทั่วโลก นั่นคือสิ่งที่พิสูจน์และเป็นไปแล้ว ยินดีต้อนรับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกมากจากเทคโนโลย BlockChain ได้เลยในสองปีนี้